Tehran Times: ศึกระหว่างชนชั้นในไทย
26 มกราคม 2008
ที่มา Tehran Times (สื่ออิหร่าน นำเสนอมุมมองของประเทศตะวันออกกลาง)
กองทัพไทยยังคงไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อไป
เมื่อ 16 เดือนก่อน หลังจากมีการเดินขบวนประท้วงขับไล่รัฐบาลในกรุงเทพฯนานนับหลายสัปดาห์ ทหารได้ก่อการรัฐประหารด้วยข้ออ้างการทุจริตคอรัปชั่นของนายกฯทักษิณ ชินวัตรและภรรยา พวกเขาแต่งตั้งอดีตนายพลขึ้นเป็นนายกฯคนใหม่และให้สัญญาว่าจะนำประเทศกลับสู่ประชาธิปไตยโดยเร็ว พวกเขาร่างรัฐธรรมนูญที่เพิ่มบทบาททางการเมืองให้แก่พวกเขาอย่างถาวร พวกเขายังเพิ่มงบประมาณของกองทัพอย่างมหาศาล ซึ่งอาจเป็นการตบรางวัลแก่พวกเขาที่อุตส่าห์เสี่ยงตายเพื่อช่วยประเทศชาติจากทักษิณ
ในตอนแรก คณะรัฐประหารได้รับการต้อนรับอย่างดีในกรุงเทพฯ ต่อมาในเดือนพฤษภาคม รัฐบาลเผด็จการทหารสั่งให้ศาลยุบพรรคไทยรักไทยและตัดสิทธิ์ทางการเมืองของกรรมการบริหารพรรค 110 คนเป็นเวลา 5 ปี เศรษฐกิจประเทศไทยสะดุดตัว พรรคไทยรักไทยรวมตัวกันใหม่ในชื่อพรรคพลังประชาชน (พปช.) และชนะการเลือกตั้งเมื่อเดือนที่ผ่านมา
แม้ พปช. จะไม่ได้รับเสียงมากพอที่จะเป็นที่เป็นรัฐบาลพรรคเดียว แต่ตอนนี้พวกเขาได้จับมือร่วมกับพรรคอีก 5 พรรค ทำให้ได้เสียงทั้งหมด 315 เสียงจากทั้งหมด 480 ที่นั่งในสภา พรรคของทักษิณกลับคืนสู่อำนาจอีกครั้ง ทักษิณกล่าวว่าเขาจะกลับประเทศไทยในเดือนเมษายน (ตอนนี้เขายังอยู่ในต่างประเทศ เขายืนยันว่าเขาจะไม่ได้รับการตัดสินเรื่องคดีคอรัปชั่นอย่างเป็นธรรม หากเผด็จการทหารยังคงอยู่ในอำนาจ)
ในเวลาเดียวกัน สมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน กล่าวอย่างเปิดเผยว่าเขาเป็นตัวแทนของทักษิณ ทักษิณกล่าวว่าเขาไม่ต้องการกลับสู่การเมืองอีก แต่จะคอยให้คำแนะนำกับรัฐบาลใหม่ และเขาก็อาจจะเปลี่ยนใจได้เสมอ ทั้งหมดนี้ได้สร้างปัญหาให้กับทหารที่ยึดอำนาจเขาเมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2549 สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศไทยตอนนี้ไม่ใช่การต่อสู้ระหว่างทหารกับประชาชน แต่เป็นการต่อสู้ระหว่างเมืองหลวงกับชนบท
ความมั่งคั่งของทักษิณเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เขาก้าวเข้าสู่การเมืองได้อย่างรวดเร็วเพราะเขาไม่ได้เป็นคนชนชั้นปกครอง ประเทศไทยถูกปกครองโดยชนชั้นนำในกรุงเทพฯที่มีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับข้าราชการ ทหาร และชนชั้นศักดินา ผู้นำในท้องถิ่นขายคะแนนเสียงของชาวบ้านให้กับนักการเมืองเพื่อแลกกับเงินและการสนับสนุน ประเทศไทยถูกปกครองด้วยชนชั้นกลางเพื่อผลประโยชน์ของพวกชนชั้นกลางเองมาโดยตลอด
ทักษิณ หลานของชาวจีนที่อพยพเข้ามาในเมืองไทย และเติบโตมาจากภาคเหนือ สร้างฐานะจากธุรกิจโทรศัพท์มือถือ เขาเป็นคนนอกวงการการเมืองโดยแท้ ชัยชนะจากการเลือกตั้งในปี พ.ศ. 2545 (การเลือกตั้งที่ขาวสะอาดที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย) ทำให้พวกคนในวงการต้องปวดหัว
ทักษิณเริ่มใช้เงินของรัฐบาลเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านที่ยากจนซึ่งถือเป็นคนส่วนมากของประเทศ ตั้งแต่การตั้งกองทุนหมู่บ้าน การให้กู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา ตลอดจนการพัฒนาระบบสาธารณสุข ตลอดระยะเวลา 5 ปีของการเป็นรัฐบาล คนยากจนมีจำนวนลดลงถึงครึ่งหนึ่ง การประกันสุขภาพได้เข้าถึงแรงงานต่างดาวกว่าสองล้านคน แน่นอน พวกชนชั้นกลางต่างไม่พอใจที่ทักษิณนำเงินส่วนหนึ่งที่พวกเขาเคยได้รับไปทำเช่นนี้
เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ทำให้ทักษิณสามารถชดใช้หนี้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) หมดภายในเวลาสองปี เขาได้รับคะแนนนิยมเป็นอย่างมากและบางครั้งเขาก็ดูจะใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล เขาถูกกล่าวหาเรื่องการใช้อำนาจ เช่น นโยบายทำสงครามกับยาเสพติดที่ทำให้มีคนถูกฆ่ากว่า 2,700 คนในเวลาเจ็ดสัปดาห์ และนโยบายปราบปรามความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ดูโหดร้ายและไม่ชำนาญ แต่เขาก็ชนะการเลือกตั้งใน พ.ศ. 2548 อีกครั้งด้วยคะแนนเสียงมากกว่าเดิมอย่างถล่มทลาย
ทักษิณโกงหรือเปล่า? ไม่เลย เพราะการเมืองไทยมีมาตรฐานอย่างนี้อยู่แล้ว ดัชนีการคอรัปชั่นในยุครัฐบาลทักษิณซึ่งองค์กรนานาชาติได้จัดอันดับแต่ละประเทศไว้ ปรากฏว่าของรัฐบาลทักษิณ การคอรัปชั่นน้อยลง แต่ถึงขนาดนั้น พวกชนชั้นกลางในกรุงเทพฯก็ยังยินดีปรีดาพอทักษิณถูกโค่นลง
เสียงของประชาชนรากหญ้าต่างแสดงออกผ่านการเลือกตั้งที่ผ่านมาแล้วว่าพวกเขาไม่ต้องการทหาร ประชาชนได้แสดงความต้องการของพวกเขาออกมาแล้ว เป็นเรื่องยากที่ทหารจะไม่รับฟังพวกเขา การเมืองที่แท้จริงได้กลับคืนสู่ประเทศไทยอีกครั้ง
สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปคือพวกชนชั้นกลางและทหารจะพยายามช่วงชิงอำนาจกลับคืนมา สิ่งนี้อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่และอาจทำให้ทหารเข้ามาแทรกแซงการเมืองอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม มีความเป็นไปได้อย่างมากว่าประเทศไทยจะไม่มีรัฐประหารอีกต่อไปแล้ว ประเทศไทยกำลังก้าวออกจาก”โมเดลเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”ได้แก่การแทรกแซงโดยทหาร การกดขี่คนยากจน และการปกครองโดยชนชั้นนำ และกำลังก้าวเข้าสู่การเป็นประชาธิปไตยแบบรัฐสวัสดิการเช่นเดียวกับประเทศที่พัฒนาแล้วทั่วโลก และนั่นก็เป็นโชคดีของประเทศไทย
บรรดาทหารซื่อบื้อที่ขับไล่นายกฯทักษิณ ชินวัตรเมื่อปี พ.ศ. 2549 ดูเหมือนจะทำอะไรเข้าท่าสักที สัปดาห์นี้เราได้เห็นการฟื้นฟูรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของเมื่อเดือนที่ผ่านมา ประเทศไทยดูจะย้อนกลับไปในสมัยประชาธิปไตยหลายพรรคเพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นอีก นี่เป็นข่าวดีสำหรับคนไทย 65 ล้านกว่าคน และจะเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกกว่าครึ่งพันล้านคนและชาวจีนมากกว่าพันล้านคน อย่างไรก็ตาม ไม่มีอะไรเลยที่บ่งบอกว่าพวกนายทหารทำเพื่อผลประโยชน์ของชาติ เหตุผลในการรัฐประหารยังคงเป็นเรื่องไร้เหตุผล